ประกันชีวิต ประกันความมั่นคงเพื่อครอบครัวในอนาคต

ประกันชีวิต ประกันความมั่นคงเพื่อครอบครัวในอนาคต

วันอาทิตย์

ตัวแทน บริษัทประกัน โทรหลอกตัดบัตรเครดิต

source:  https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_106199

https://www.facebook.com/Law-Tech-%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A2-220560441714107/

แพนขอประกาศให้ชัดนะคะ และโปรดช่วยแชร์ด้วยค่ะ การที่แพนแชร์เรื่องของแพน เป็นเรื่องส่วนตัวที่แพนถูกทำละเมิดต่อกฎหมาย และสเตปในการแก้ไขที้เล่าไป เป็นวิธีที่นักกฎหมายคนไหนก็ทำกันค่ะ หากคุณไปปรึกษานีกกฎหมาย จะได้คำตอบเดียวกัน
การดำเนินการของแพน ไม่เกี่ยวข้องกับองค์กรอัยการแต่อย่างใด และขอให้ทุกท่านโฟกัสที่การแก้ปัญหา ไม่ใช่ตำแหน่งแพนนะคะ
แค่อยากให้เรื่องแบบนี้มันมีทางออกสำหรับคนที่โดน ขอร้องนะคะ อย่าลากองค์กรที่แพนรักเข้าไปเกี่ยวข้องเลย

วันที่ 18 พ.ย. 2559 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เฟซบุ๊กชื่อ “หมวย สังหาร” ของอัยการหญิงที่จ.แม่ฮ่องสอน ได้โพสต์บอกเล่าเรื่องราวที่อาจเป็นอุทาหรณ์แก่ประชาชนทั่วไป โดยเธอได้โพสต์ข้อความมีเนื้อหาดังนี้
อุทธาหรณ์สอนใจคนโลภ และโลภกับผิดคน มาโลภกับหมวยสังหาร ภาค1

เมื่อสองวันก่อน มีประกันบริษัทหนึ่งโทรมาเสนอขายประกันกับเรา เราบอกว่า ไม่เอาประกันอุบัติเหตุ มีแล้ว พนักงานบังคับ เน้นว่าทุกคนมี่มีบัตรเครดิตของกรุงศรี กสิกร กรุงไทยต้องมี เราบอกว่าไม่เอา ค่าธรรมเนียมเท่าไหร่ มันบอก 2,950 เราบอกไม่สนใจ มันพูดรายละเอียดหน้าบัตรเครดิตเราถูกต้องหมด แล้วมันให้เราพูดตกลงว่าจะรับเอกสารไปดู และย้ำว่า ถ้าพี่ไม่ชอบไม่ต้องจ่ายเงิน เราเลยถามกลับว่าจ่ายเงินไงเหรอ มันบอกจ่ายหน้าเคาว์เตอร์ เราถามว่า ไม่ใช่มาตัดบัตรพี่นะ มันบอก ไม่ตัด สบายใจได้ และจะมีเจ้าหน้าที่โทรติดตามผลตลอด ไม่ต้องห่วง

สักพัก มันโทรมาบอกว่าตัดบัตรเราไปแล้ว 2,950 บาท เราก็เม้งว่า เห้ย คุณไม่มีสิทธิ….มันวางหูใส่ แล้วไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย

ข้าพเจ้าจึงโทรหาบัตรเครดิต ซึ่งมีการตัดบัตรไปจริง เราจึงบอกเล่าเรื่องทั้งหมด ทางบัตรเครดิตจึงติดต่อทางบริษัทประกันให้

เราคุยกับบริษัทประกัน มันปัดความรับผิดชอบ บอกว่าเป็นของโบรกเกอร์ที่นึง
เราโทรไปหาโบรกเกอร์ พอบอกว่าขอร้องเรียน มันวางหูใส่เลย
เราเลยโทรไปอีกรอบ มันบอกคืนเงินแล้ว
แต่ทางบัตรเครดิตบอกว่าไม่มีการวางเงินคืนแต่อย่างใด
.
.
เล่นผิดคนละนะน้อง และนี่คือวิธีฆ่ามันแบบเลือดเย็น ใครเจอแบบนี้ แนะนำให้ทำ ฆ่ามันให้หมดจากสังคม
.
.
สเตปแรก เราเข้าไปหาข้อมูลบริษัทโบรกเกอร์แล้ว เก็บไว้หมด ตั้งแต่กรรมการผู้จัดการ ที่ตั้ง จำนวนเงินที่จดทะเบียน วัตถุประสงค์การจดทะเบียน
.
.
สเตปสอง เราโทรไปธนาคารแห่งประเทศไทย ถามวิธีการจัดการธนาคารที่เอาข้อมูลบัตรเราไปเปิดเผย และตัดเงินเราโดยไม่ได้รับอนุญาติ
.
.
สเตปสาม โบรกเกอร์โทรมาขอโทษ เราก็พูดไปว่า ไม่ต้องขอโทษ เสียหายไปแล้ว พี่จดเบอร์และเวลาโทรไว้หมด เอาชื่อพนักงานที่ใช้เบอร์ต่อไปนี้ โทรมาตามเวลาต่อไปนี้มาให้หมด และกรรมการบริษัทคุณชื่ออะไร บริษัทอยู่ไหน มันไม่กล้าตอบ บอกว่าขอโทษ แค่อยากได้เงิน เลยทำ เราเลยบอกว่า เอาชื่อ นามสกุล และเลขใบอนุญาติให้เป็นนายหน้าประกันภัยของทุกคนที่โทรหาพี่มา ไม่งั้นพี่จะบอกกรรมการบริษัทน้อง กรรมการบริษัทน้องมี 6 คน ชื่อ สกุลนี้ และที่ตั้งบริษัทอยู่นี่ใช่ไหม มันชอค แล้วบอกว่า ใช่ จนเราได้ชื่อคนที่มันหลอกตัดเงินเรามาครบทุกคน พร้อมเลขใบประกอบการทั้งหมด
.
.
จากนั้น เราก็บอกว่า น้องรู้ไหมว่าการกระทำของพวกน้องเป็นการกระทำความผิดอาญาแผ่นดิน และร้ายแรงมาก จะชดใช้ค่าสินไหมพี่เท่าไหร่ มันบอกมันไม่มีเงินหรอก เราบอก นั่นมันเรื่องของคุณ คุณพูดเองว่าอยากได้เงินเลยทำแบบนี้ ถ้าพี่บอกว่าพี่ก็ไม่มีเงิยเหมือนกันล่ะ คุณเลวมาก เห็นแก่ตัว ไม่ต้องกลัวนะ พี่จะเอาเรื่องทุกทาง
.
.
ทางแรกพี่เอาคดีอาญาแน่ มานอนเล่นคุกไหมที่แม่ฮ่องสอน บรรยากาศดีนะ
ทางที่สอง ที่จะส่งจดหมายรายงานพฤติกรรมพวกน้องไปที่บริษัทน้อง มันบอกว่าสงสารเถอะค่ะ พวกหนูจะโดนพักงานอยู่แล้ว เราบอกว่า เรื่องของคุณ ยังไม่สาสม
ทางที่สามโบรกเกอร์คุณโคกับบริษัทประกันใช่ไหม พี่จะร้องกรมการประกันภัยให้ถอนใบอนุญาตประกอบกิจการของบริษัทคุณ
ทางที่สี่ พี่จะร้องให้ถอดใบอนุญาตประกอบอาชีพประกันภัยน้อง
ทางที่ห้า พี่จะฟ้องแพ่งเอาค่าเสียหายให้ถึงที่สุด
.
.
แล้วเราก็ไปแจ้งความ บอกตำรวจว่า ถ้ามันไม่ที่สุดห้ามหยุดเด็ดขาด
.
.
และเราก็ส่งทั้งเมลล์และจดหมายลงทะเบียนไปลุยทั้งโบรกเกอร์และบัตรเครดิต
.
.
วันนี้โบรกเกอร์โทรมา ทำเป็นเรียกกูว่าท่าน(ถ้าไม่รู้ฐานะ จะยอมคืนไหม?!?!) มันบอกได้หมายตำรวจ จะขอใช้สินไหมทดแทน และขอโทษ เราบอกว่า ไม่ต้องขอโทษ มันผิดไปแล้ว มันพยายามจะให้ค่าสินไหม เราบอกว่าค่ะ ที่เรียกไปนั่นน้อยไปนะพี่ว่า แต่เอาเหอะ อย่างไรก็ตาม พี่จะเอาคดีอาญากับผู้เกี่ยวข้องให้ถึงที่สุด
.
.
มันบอก ให้โอกาสน้องเค้าไม่ได้เหรอครับ หมดหนทางเลยนะ
.
.
“เรื่องของคุณ” คนทำผิดต้องได้รับการลงโทษตามกฎหมายอย่างสาสม
.
.
มันบอก สงสารเด็กนะครับ
.
.
เราบอก ไม่เด็กนะคะ บรรลุนิติภาวะแล้ว ไม่ปราณีค่ะ ถ้าพี่ไม่ใช่อัยการ พี่เป็นตาสีตาสา ละโดนทำแบบนี้ พี่จะเป็นอย่างไง คิดบ้างสิว่าคนอื่นเค้าเดือดร้อน แบบนี้ต้องเชือดเป็นตัวอย่าง ใครหน้าไหนจะได้ไม่ทำอีก สงสารชาวบ้านนะคุณ สวัสดีค่ะ
.
.

ต่อนะคะ

3. พอรู้ว่าใครตัดไป ให้ขอเบอร์โทรบริษัทนั้น
4. โทรไปบริษัทนั้น แจ้งเรื่องร้องเรียน ส่วนใหญ่บริษัทบอกจะติดต่อกลับ ให้จดเบอร์มันไว้ ละถ้ามันไม่โทรกลับมา ก็โทรไปจิก จิกจนกว่าจะได้เรื่องเวฟเงินคืน
5. พอมันบอกเวฟเงินคืนแล้ว ให้โทรถามบัตรเครดิตว่าได้เงินคืนหรือยัง หากได้แล้วก็จบ(มักจะไม่ได้)
-----------------------
สวัสดีครับ ผมแอดมิน rachaall4 นะครับ ผมมีข่าว update จากคุณแพน ซึ่งเป็นตอนต่อจากตอนที่แล้วมาฝากครับ

วันนี้เป็นวันที่ทางบริษัทประกันนัดคุณแพนเพื่อที่จะมาขอโทษ (หลังจากที่บริษัทประกันได้ส่งหนังสือขอโทษมาทันทีที่ได้รับจดหมายที่คุณแพนส่งไปเตือน หรือภาษากฎหมายเรียกว่า โนติส นั่นเอง) อีกทั้งบริษัทประกันยังโอนเงินค่าเสียหายมาให้คุณแพนล่วงหน้าแล้ว

คุณแพนทราบมาล่วงหน้าว่าทางบริษัทประกันเดินทางโดยเครื่องบิน แล้วต่อด้วยรถเพื่อมายังจังหวัดที่คุณแพนอยู่ (การเดินทางลำบากมากกกกกกก)

เมื่อมาถึงคุณแพนได้ถูกเชิญลงไปพบกับทีมประกัน ซึ่งมากัน 4 คน คือ ทนายประจำบริษัท ผู้จัดการบริษัท ผู้ขายประกันให้คุณแพน และหัวหน้าของผู้ขายประกัน

แนะนำตัวกันเสร็จ คุณแพนก็ให้ทางบริษัทชี้แจงก่อนว่า เกิดอะไรขึ้น และมีการลงโทษใครไปบ้าง

ผู้จัดการบริษัทชี้แจงว่า เกิดการเข้าใจกันผิดในการสื่อสารกันเองในบริษัท

คุณแพนเอ่ยถามว่า แล้ว คปภ. เข้าตรวจสอบบริษัทแล้วหรือยัง?

ทางผู้จัดการตอบว่า คปภ. เข้าตรวจสอบแล้ว ได้ถอดใบอนุญาตไป 2 คน คือ หัวหน้าทีมที่ให้น้องคนที่โทรมาหาคุณแพน ทำการโทร กับ เจ้าของใบอนุญาตตัวจริงที่น้องเอามาใช้
----> หืมมมมม....นั่นหมายความว่า คนที่โทรมา ไม่มีใบอนุญาต!!!!
----> บริษัทไล่ออกทันที 3 คน

และทางบริษัทกำลังรอโทษจาก คปภ. ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นโทษปรับ

ทุกคนที่มายกมือไหว้คุณแพนแสดงความขอโทษ

คุณแพนหันไปถาม น้องคนที่โทรมาขายประกันซึ่งดูเด็กมาก ว่า "นี่เรา อายุเท่าไหร่?"

น้องคนนั้น "21 ครับ"

คุณแพนบอกผมว่ารู้สึกสะเทือนใจ ที่ทำให้เด็กที่ขยันทำมาหากินตกงาน เพราะความโลภของผู้ใหญ่(ซึ่งก็ถูกไล่ออกไปเหมือนกัน) ซึ่งคุณแพนไม่คิดว่า การพิฆาตของเธอจะเหวี่ยงแหไปโดนปลาเล็กปลาน้อยแบบนี้

คุณแพนเล่าว่า เธอหันไปพูดกับผู้จัดการบริษัทว่า ทำไมคุณถึงทำระบบไม่ให้ลูกค้าโทรกลับไปคะ?

ผู้จัดการ อธิบายว่า หากไม่ทำแบบนี้ จะทำให้โทรศัพท์โทรชน และเจ้าหน้าที่ไม่ได้รับสายซ้อน

คุณแพนจึงบอกว่า "งั้นคุณก็ต้องให้เจ้าหน้าที่ทุกคนบอกหมายเลขโทรศัพท์สำหรับโทรกลับให้ชัดเจนก่อนวางสาย และสายนั้นต้องโทรแล้วติดเสมอ ไม่ใช่โทรไปก็ไม่ติด และคุณควรทำเป็นระบบว่าถ้าสายไม่ว่าง กด1 ให้ จนท โทรกลับ กด2 รอสายต่อไป บลา บลา บลา..."

ส่วนคดีอาญา คุณแพนหันไปพูดกับทนายความว่า "คดีอาญายอมความไม่ได้นะคะ หวังว่าคงเข้าใจ" ซึ่งท่านทนายความก็เข้าใจ

อีกทาง ทางด้าน คปภ. ได้มีผู้ใหญ่ติดต่อมาหาคุณแพน คุณแพนบอกว่า ทางคปภ. กระตือรือร้นมากที่จะแก้ไขเคสนี้ ซึ่งคุณแพนถามกลับไปว่า "หากเรื่องนี้ไม่ดัง / แพนไม่ใช่อัยการ เจ้าหน้าที่ทุกท่านของ คปภ. จะช่วยประชาชนธรรมดาหรือไม่" ทาง คปภ. ตอบมาว่า "ช่วยแน่นอน"

ดังนั้น ต่อไปนี้โปรดติดต่อหน่วยงานที่ควบคุมการทำงานของประกันภัยโดยตรงได้เลยนะครับ

#จบภาคสอง

ปกป้องเงิน 90% ของคุณด้วยเงินเพียง 10%


“ปกป้องเงิน 90% ของคุณด้วยเงินเพียง 10%” ก่อนที่เงินคุณจะหายไปทั้ง 100%

ช่วงชีวิตของคนเราทุกๆคนนั้น ตอนวัยเด็กเป็นวัยพึ่งพิง จะใช้เงินก็ต้องขอจากคุณพ่อคุณแม่ พอเรียนจบก็หางานทำ ประกอบอาชีพเพื่อมีรายได้ ซึ่งรายได้ก็นำมาซึ่งทรัพย์สินต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน รถ พอมีครอบครัวก็ต้องมีเงินเลี้ยงดูครอบครัว แล้วก็เก็บเงินเพื่อที่จะเอาไว้ใช้ตามเกษียณ หรือ เก็บเงินเป็นทุนการศึกษาบุตร รวมถึงต้องเลี้ยงดูพ่อแม่ยามแก่ชรา เป็นต้น

ซึ่งเรื่องที่มากล่าวข้างต้นนั้น ก็เพื่อเชื่อมโยงให้เห็นถึงความสำคัญของการทำงานเพื่อให้มีรายได้เลี้ยงดูครอบครัว บางคนก็อาจจะมีซื้อสินทรัพย์ต่างๆ เช่น บ้าน รถ ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะซื้อผ่อน ก็เลยทำให้บางคนก็ยังมีภาระหนี้สิน อีกด้วย ดังนั้นหากเราจะเปรียบว่า ความสามารถในการหารายได้ของเรา คือสิ่งที่สำคัญที่สุด ก็คงไม่ผิดนัก

เพราะ ความสามารถในการหารายได้ของเรา นำมาซึ่งทุกๆอย่างของครอบครัว จริงมั้ยครับ

และถ้าจะถามว่า “ถ้าวันนี้ คุณต้องสูญเสียเงิน 90% ของที่คุณมี ไปจริงๆ คุณจะเดือดร้อนมั้ย” เพราะ หากท่านที่ตอบว่าไม่เดือดร้อนได้จริงๆ ก็ต้องยอมรับเลยว่า ท่านมีสถานะการเงินที่ยอดเยี่ยมมากๆเพราะหากเกิดไรกับเราก็ตาม เรามีสถานะการเงิน ที่มากพอกับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้

แต่ที่พบส่วนใหญ่เลยจริงๆ ก็จะตอบว่า “คงเดือดร้อนสิ” ถ้าเงินต้องหายไปถึง 90% ของชีวิตจริงๆ

ดังนั้นเหตุการณ์ที่จะทำให้เงินของชีวิตเรา จู่ๆหายไป 90-100% ก็มีสาเหตุหลักๆคือ การเสียชีวิตไปก่อน การพิการทุพพลภาพ และ การเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรง เพราะ หากต้องเสียชีวิตไปก่อนหรือพิการ ก็เท่ากับว่ารายได้ที่คาดว่าจะมีในอนาคต ก็จะมลายหายไปด้วย

แล้วถ้าถึงวันนั้น คนข้างหลังจะอยู่อย่างไร หรือ หากต้องเจ็บป่วยเป็นโรคร้ายแรงล่ะ ก็ต้องรีบหาเงินมารักษา มีเท่าไหร่ก็แทบจะเอาออกมาขายจนหมด เช่น ขายบ้าน ขายรถ มารักษาตัว

แถมสุดท้ายก็อาจจะยังต้องจากไปก็ได้ (เท่ากับสูญเงินเปล่าๆ)

ซึ่งหากเราไม่มีการเตรียมวางแผนการประกันไว้ก่อนอย่างมากพอ ก็น่าจะมีผลต่อครอบครัวในอนาคตแน่นอน เช่น อาจจะต้องทำให้ภรรยาที่เป็นแม่บ้านต้องมาทำงาน หรือ ต้องย้ายโรงเรียนลูกจาก โรงเรียนเอกชน ไปเรียนโรงเรียนรัฐบาล ก็ได้

และถ้าจะถามว่า ถ้าเกิดเงินเราหายไป 10 บาทจาก 100 บาท เราคิดว่าเราเดือดร้อนมากมั้ย ? ซึ่งคำตอบส่วนใหญ่ก็คงตอบว่าคือ “ไม่เดือดร้อนเลย”

ดังนั้นการวางแผนการประกัน คือ “การยอมสูญเสียเงินเพียง 10% ของเรา เพื่อเอาไว้ใช้ปกป้องเงินอีก 90% ที่เหลือ" โดยใช้เงินเพียง 10% ของรายได้เราจ่ายเป็นค่าเบี้ยประกัน เพื่อเป็นการโอนความเสี่ยงให้บริษัทประกันรับผิดชอบแทน

เพราะหากต้องเกิดเหตุที่ไม่คาดคิดกับเราแล้ว บริษัทประกันก็จะชดเชยค่าความเสียหายให้ตามวงเงินที่ซื้อความคุ้มครองไว้ ซึ่งก็ยังดีกว่าเราต้องจ่ายเงินก้อนโต กับการที่ต้องฟื้นฟูให้ความเสียหายนั้น กลับมาดีเหมือนเดิมให้มากที่สุด

ซึ่งถ้าเราไม่ยอมเสียเงิน 10% นั้นก็เท่ากับว่า “เรายอมรับความเสี่ยงเองทั้งหมด” และ ต้องยอมรับผลที่อาจจะเกิดขึ้นตามมาให้ได้อีกด้วย เพราะ หากเกิดเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น เงินทั้งหมด 100% ก็คงหายไปทั้งหมดด้วย จริงมั้ยครับ

ดังนั้นแผนการเงินที่ปราศจากการทำประกันที่มากพอ (ทั้งเรื่องความคุ้มครองชีวิต ทรัพย์สิน สุขภาพ และโรคร้ายแรง) ก็เท่ากับว่าแผนการเงินนั้นยังมีสิทธิที่จะล้มเหลวได้

สุดท้ายนี้หวังว่าทุกๆท่านจะวางแผนการประกันด้วยไอเดียการจ่ายเงินเพียง 10% เพื่อรักษาเงินส่วนใหญ่ถึง 90% ของเรากันให้ได้นะครับ แล้วคุณจะเป็นคนนึงที่ได้ชื่อว่า มั่งคั่งอย่างยั่งยืนแน่นอนครับ

*** มุ่งให้คนไทยทุกคนมีสุขภาพการเงินดี ***

สุรกิจ พิทักษ์ภากร
นักวางแผนการเงิน CFP CEO บริษัท เวลท์แพลนเนอร์ จำกัด

วันอังคาร

ศูนย์บริการ หรือ อู่ซ่อม ใครดูแลรถยนต์ของเราได้ดีกว่ากัน

รถยนต์ เป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างด้วยวัสดุที่ทนทานแข็งแรงและมีคุณภาพ แต่การใช้งานของแต่ละคน รวมกับสภาพท้องถนนในปัจจุบันเราก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการซ่อมแซมได้ ซึ่งหลายคนก็มีหลากหลายวิธีในการซ่อมรถตั้งแต่ขั้นซ่อมเอง จนถึงต้องเอาเข้าศูนย์หรือเข้าอู่ แต่จะทำอย่างไรให้ซ่อมได้อย่างคุ้มค่าที่สุด การเลือกพิจารณาทางเลือกของการซ่อมมาให้ลองพิจารณาแต่ไม่ว่าจะซ่อมรถที่ ศูนย์บริการ หรือ อู่ซ่อมรถ เราผู้เป็นเจ้าของรถต้องมีความรู้ขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับรถบ้าง

รถยนต์ใหม่ต้องพึ่งศูนย์บริการ
สำหรับ รถยนต์ป้ายแดงทุกรุ่นนั้น จะมีการรับประกันคุณภาพของอุปกรณ์ และความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการผลิตอยู่แล้ว ซึ่งหากยังอยู่ในระยะประกัน แนะนำว่าควรนำรถยนต์ไปรับบริการ ตรวจสอบสภาพที่ศูนย์บริการ เพราะการนำรถยนต์ไปซ่อมนอกศูนย์บริการ อาจทำให้การรับประกันทั้งหมดถูกยกเลิก
รถยนต์ป้ายแดงทุกรุ่นต้องมีการรับประกันคุณภาพในขอบเขตที่เหมาะสม เช่น ความบกพร่องของอุปกรณ์ ความเสียหายอย่างผิดปกติจากการผลิตหรือประกอบ โดยมีการยกเว้นการใช้งานผิดประเภทหรืออุปกรณ์ที่ต้องเสื่อมสภาพ ผู้ประกอบการแต่ละรายกำหนดระยะเวลารับประกันคุณภาพแตกต่างกันออกไป หรือแม้แต่รถยนต์ยี่ห้อเดียวกันแต่ต่างรุ่นหรือรุ่นเดียวกันแต่ในช่วงเวลามี ข้อเสนอส่งเสริมการจำหน่าย อาจมีเงื่อนไขการรับประกันคุณภาพที่แตกต่าง หากยังอยู่ในระยะรับประกันควรนำรถยนต์เข้ารับบริการตรวจสอบสภาพและดูแลที่ ศูนย์บริการเท่านั้น เพื่อให้การรับประกันยังครอบคลุมอยู่
ผู้ที่ใช้รถยนต์ใหม่และยังอยู่ในระยะรับประกัน จำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัดและถ้ามีปัญหาในการใช้งาน เช่น รถยนต์เสียกลางทางสามารถให้ช่างทั่วไปซ่อมแซมเบื้องต้นได้ แต่ห้ามเปลี่ยนอุปกรณ์หลักโดยเด็ดขาด รวมถึงการเปลี่ยนอุปกรณ์ตกแต่ง เพราะมีผลต่อการรับประกันคุณภาพโดยตรง เช่น การโมดิฟายเครื่องยนต์อาจทำให้มีผลต่อเนื่องไปยังอุปกรณ์อื่นด้วย

หลังรถหมดระยะประกันคุณภาพ
การนำรถเข้าศูนย์บริการหลังพ้นระยะประกัน ควรแจ้งทางศูนย์บริการถึงความต้องการอย่างชัดเจน ถ้ามีอะไหล่ชิ้นไหนเสียให้ช่างแจ้งราคาก่อนลงมือซ่อมทุกครั้ง ไม่เช่นนั้น คุณอาจจะเป็นลมจากราคาอะไหล่ ซึ่งเป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าศูนย์บริการนั้น เป็นตัวทำกำไรสำคัญของบริษัทผู้จำหน่ายรถยนต์ แต่ถึงกระนั้น การเข้าศูนย์บริการ ก็มีข้อดีในเรื่องการรับประกันคุณภาพการซ่อม และอะไหล่ที่มั่นใจได้ ถึงแม้ราคาจะแพงก็ตาม

อู่ซ่อมทั่วไป มีหลายระดับที่ดีๆ ก้มีมาก ที่ไม่ได้เรื่องก็มีเยอะ โดยปัจจัยที่ใช้เลือกอู่ซ่อมรถยนต์นั้น คงหนีไม่พ้นฝีมือของช่างที่มีคุณภาพ รวมถึงเครื่องมือที่ได้มาตรฐาน คุณภาพของอะไหล่ และการคิดราคาอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งการเช็คสภาพรถก่อนเข้าอู่ อาทิ การเช็คเลขไมล์ ถือเป็นเรื่องที่สำคัญ และไม่ควรมองข้าม เนื่องจากบางอู่อาจมีช่างแอบเอารถลูกค้าไปใช้งานหลังซ่อมเสร็จ ฉะนั้นการจดจำ และตรวจสภาพรถอย่างรอบคอบ จึงเป็นเรื่องที่ควรใส่ใจการเข้าอู่ซ่อมทั่วไปเราเองควรจะมีพื้นฐานความรู้ เกี่ยวกับรถยนต์บ้าง เพราะถ้าเจออู่ที่ดีก้ดีไป แต่ถ้าไปเจออู่หลอกลวง เราจะเจ็บตัวหนักกว่าเข้าศูนย์บริการ นอกจากค่าซ่อมจะแพงแล้ว ยังแก้ไม่ตรงจุดทำให้ลามไปพังส่วนอื่นๆ ตามไปด้วย แถมซ้ำร้ายยังไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น

ศูนย์ซ่อมอิสระ อาทิในปั้มน้ำมัน หรือศูนย์บริการตั้งศูนย์เปลี่ยนยางแบบครบวงจร ในส่วนนี้เป็นการใช้บริการเล็กๆ น้อยๆ อู่แบบนี้จะเหมือนเป็นการรวบรวมข้อดีของศูนย์บริการและอู่ทั่วไปเข้าไว้ด้วย กัน มีการระบุค่าแรงในการซ่อมแต่ละประเภทอย่างชัดเจน ไม่มีการคิดตามอำเภอใจ จึงมีจุดเด่นคือ คิดค่าแรงถูกว่าศูนย์บริการหรือบางแห่งก็ไม่คิดค่าแรง มีเครื่องมือมาตรฐานที่ครบครันและมีอะไหล่หลากหลายยี่ห้อให้เลือก ไม่จำเป็นต้องใช้อะไหล่แท้เท่านั้นแต่ก็สามารถรับประกันได้ด้วย
โดยอะไหล่ที่นำมาใช้นั้นบางครั้งอาจจะถูกผู้จำหน่ายรถกล่าวอ้างว่าเป็น อะไหล่ปลอมเชื่อถือไม่ได้ ไม่มีคุณภาพ ทั้งที่ในความเป็นจริงบริษัทรถส่วนใหญ่ก็สั่งจากผู้ผลิตอื่นให้ผลิตให้ ซึ่งผู้ผลิตเหล่านั้นหลายรายก็ผลิตอะไหล่ออกมาจำหน่ายในยี่ห้อของตัวเอง ในคุณภาพที่ทัดเทียมกับที่ส่งให้กับบริษัทรถและไม่ได้จัดเป็นอะไหล่ปลอมแต่ เป็นอะไหล่ทดแทน ที่มีราคาถูกว่าเกือบครึ่ง ฉะนั้นศูนย์บริการแบบนี้จึงเฟ้นหาอะไหล่แบบนี้มาบริการดึงดูดลูกค้ากัน แต่ศูนย์ซ่อมอิสระนี้ส่วนใหญ่เน้นที่การดูแลรักษาโดยใช้เวลาไม่นานมากคืองาน ซ่อมย่อยๆ ถึงปานกลาง เช่น เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง, เปลี่ยนยาง, ตั้งศูนย์ถ่วงล้อ, เปลี่ยนโช้คอัพ, เปลี่ยนผ้าเบรก ฯลฯ

ที่กล่าวมาเป็นเพียงแค่แนวทางในการเลือกเท่านั้น เพราะหากรถของคุณเสียมาขึ้นมาวันใดก็ควรเอาเข้าศูนย์ที่ใกล้ที่สุดไว้ก่อนจะ ดีที่สุด หรือไม่ก็ลองเช็คจากหลายๆ ที่เพื่อดูว่าที่ไหนจะคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป ที่เหลือเป็นหน้าที่ของคุณที่ต้องเลือกว่าศูนย์ไหน หรือว่าอู่ไหนจะดีที่สุด แต่อยู่ที่คุณเป็นคนตัดสินใจว่าศูนย์บริการ หรือ อู่ซ่อม ใครดูแลรถยนต์ของเราได้ดีกว่ากัน
source: iAMcar varity e-magazine

วันพฤหัสบดี

ระบบการช่วยเหลือบนตึกสูง

ทุกครั้งที่เราเห็นภาพที่น่ากลัว จากไฟไหม้บนตึกสูงของศูนย์การค้า หรือที่พักบนคอนโดมิเนียม ความหวาดกลัวจากประสบการณ์ของผู้ที่ ติดอยู่ในอาคาร ที่สามารถรอดชีวิตออกมาได้ มันได้ทิ้งความทรงจำอันแสนเจ็บปวดที่บุคคลที่เป็นที่รู้จัก หรือคนใกล้ชิดจาก

ในแง่ของความท้าทายในการแก้ปัญหาเรื่องของความปลอดภัยบนอาคารสูงในวันนี้ วิธีการที่ผู้ ติดอยู่ในอาคารเหล่าจะต้องอพยพออกมาอย่างไรให้ปลอดภัย ?

สิ่งที่ท้าทายที่นักออกแบบโครงสร้าง ให้ความสนใจใแง่ความปลอดภัยบนตึกสูงที่มีมากมาย ทุกเมืองใหญ่ทั่วโลก ความจริงก็คือการออกแบบและสร้าง อาคารใหม่เพื่อให้บรรลุถึงความปลอดภัยโดยรวมในกรณีที่มีไฟไหม้ใหญ่ หรือการระเบิด เรามีทางเลือกในการทำงานที่จะเอาชนะ อุปสรรค ใดๆ ที่จะอพยพผู้คนให้ปลอดภัย เวลาที่ผ่านไปในแต่ละวินาทีหมายถึงความเป็นความตาย เพื่อที่จะเอาชนะความท้าทายเหล่านี้ หรืออย่างน้อยก็ไปสู่​​การลดการสูญเสียให้น้อยที่สุด ระบบกู้ภัยระบบนี้เป็นระบบที่มีประสิทธิภาพสูง เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย และสภาพร่างกายของผู้อพยพ รวมทั้งผู้พิการด้วยการออกแบบเพื่อคนพิการที่สามารถเคลื่อนตัวรถเข็นออกนอกหน้าต่างที่ออกแบบมาเพื่อการอพยพ อุปกรณ์พิเศษที่อยู่บริเวณด้านในของหน้าต่างเศษที่บรรยุบันไดบับที่สามารถขยายออกเพื่อรองรับรถเข็น

การอพยพคนออกจากตึก เมื่อเกิดเหตุไฟไหม้ขึ้น

ควรไหมที่จะอพยพทุกคนออกจากตึก เมื่อเกิดเหตุไฟไหม้ขึ้น

แม้ว่าจะไม่ได้ เกิดเพลิงไหม้ทั้งหมด เป็นเพียงอาคารบางส่วน บางห้อง ก็จำเป็นที่จะต้องอพยพผู้คนออกจากตึกอย่างรวดเร็วที่สุด เป็นสิ่งที่ควรจะปฏิบัติตามคู่มือ เมื่อใดก็ตามที่มีการซ้อมหนีไฟ เราก็บอก ให้อพยพ ทันทีและ ไม่ต้องเสียเวลาใดๆ กับสิ่งของ ข้าวของต่างๆ การอพยพทันทีเสมอ คือตัดสินใจที่ถูกต้อง

ก่อนอื่น สิ่งสำคัญที่ทุกคนควรจะมี คือแผนหนีไฟ การอพยพฉุกเฉินในกรณีที่เกิดภัยพิบัติ ไม่ว่าคุณจะ อาศัยอยู่ในบ้าน หรืออาคาร อพาร์ทเม้น คุณควรรู้ทุกทางเข้าออกที่สามารถออกไปข้างนอกได้ สังเกตุศึกษาเส้นทางออกแม้เวลาคุณหลับตา เพราะเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินไฟไหม้ ควันหนาปกคลุม คุณจะไม่สามารถมองเห็นอะไรได้เลย เมื่อมีสัญญาณเตือนไฟไหม้เกิดขึ้น คุณควรอพยพออกจากอาคารทันที

อุปกรณ์ช่วยชีวิตบนตึกสูง

SkySaver : www.skysaverusa.com

SkySaver - Your Personal Life-Saver เพื่อการช่วยชีวิต และการเป็นผู้นำในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากอัคคีภัย บนตึกสูงหลายชั้น และการแก้ปัญหาการอพยพ อีกหนึ่งทางเลือกเพื่อความปลอดภัย ในราคาไม่แพง เมื่อเทียบกับชีวิตบุคคลอันเป็นที่รัก ระบบการช่วยเหลือโดพยตัวคุณเอง และทุกคนสามารถดำเนินการด้วยตัวเอง เพื่อที่จะรักษาชีวิตตัวเอง และ ชีวิตของผู้อื่น

อุปกรณ์ช่วยชีวิตบนตึกสูงนี้ ใช้งานง่ายและ ไม่จำเป็นต้องมีการฝึกอบรมก่อนเพื่อให้แน่ใจว่าคุณมีความคุ้นเคยกับทุกด้านของอุปกรณ์ มีชุดคู่มือที่ครอบคลุมเพื่อให้คุณสามารถศึกษา และสามารถรองรับเหตุฉุกเฉิน
หมายเหตุ: บ้านพักอาศัย ตึกสูง คอนโดมิเนียม จำเป็นต้องติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติม

วันอาทิตย์

วิธีประหยัดเบี้ยประกันภัยรถยนต์

วนเวียนมาครอบรอบทุกๆ ปี สำหรับค่าประกันภัยรถ และเราจะทำอย่างไร ถึงจะได้จ่ายค่าประกันถูกลง เรามีเทคนิคง่ายๆ ที่คุณสามารถนำไปใช้ในการซื้อประกันรถยนต์ครั้งถัดไป

1. ขับรถดี มีส่วนลดประวัติดี  การใช้รถอย่างระมัดระวัง ไม่มีการเคลมเกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา หรือมีการเคลมแต่เราไม่ได้เป็นฝ่ายผิด จะได้รับส่วนลดเบี้ยประกันเพิ่มขึ้นปีละขั้น ดังนี้
            ขั้นที่ 1 ขับรถดีในปีแรก รับส่วนลด 20% ในปีต่อมา
            ขั้นที่ 2 ขับรถดี 2 ปีติดต่อกัน รับส่วนลด 30%
            ขั้นที่ 3 ขับรถดี 3 ปีติดต่อกัน รับส่วนลด 40%
   

2. ระบุชื่อผู้ขับขี่ วิธีนี้จะเหมาะสำหรับรถยนต์ที่มีผู้ขับขี่ประจำไม่เกิน 2 คน โดยต้องระบุชื่อ และอายุของผู้ขับขี่ เบี้ยประกันที่ต้องจ่ายในแต่ละปีก็จะลดลงจากราคาปกติ 5-20% ตามช่วงอายุของผู้ขับขี่ที่ระบุ ดังนี้
            อายุ 18-24 ปี ส่วนลดเบี้ย 5%
            อายุ 25-35 ปี ส่วนลดเบี้ย 10%
            อายุ 36-50 ปี ส่วนลดเบี้ย 15%
            อายุ 50 ปีขึ้นไป ส่วนลดเบี้ย 20%

3. ความเสียหายส่วนแรก (Deductible) การทำประกันภัยรถยนต์แบบมี Deductible เป้นวิธีการที่ท่านเลือกรับความเสี่ยงภัยไว้เองบางส่วน ในกรณีที่เดิดความเสียหายจากอุบัติเหตุในแต่ละครั้ง ซึ่งจะทำให้สามารถประหยัดค่าเบี้ยประกันภัยได้ส่วนหนึ่ง เช่น หากคุณซื้อค่าเสียหายส่วนแรกเพิ่มเป้นจำนวนเงิน 2000 บาท คุณจะได้ลดเบี้ยประกันจากยอดเดิม อาจจะ 4000-5000 บาท แล้วแต่บริษัท แต่หากมีอุบัติเหตุ และคุณเป็นฝ่ายผิดคุณหรือไม่มีคู่กรณีเท่านั้น จะต้องเสียเงินจำนวน 2000 บาท/ครั้ง เพราะว่าเงินตรงนี้เป็นการร่วมรับผิดกับบริษัทประกันภัย นั่นเอง 

5. ส่วนลดกลุ่ม คุ้มครองมากกว่าหนึ่ง ถ้าคุณมีรถหลายคัน หรือมีญาติพี่น้องที่มีรถ อาจชวนกันมารวมทำประกันที่บริษัทเดียวกันเพื่อต่อรองขอเสนอเบี้ยในราคาพิเศษแบบยกล็อต ซึ่งเป็นอีกช่องทางลดค่าใช้จ่ายให้คุณได้ไม่มากก็น้อย
ถ้าท่านมีรถยนต์ตั้งแต่ 3 คันขึ้นไป ซึ่งจดทะเบียนชื่อเดียวกัน ไม่เคยมีเคลมเลยในปีที่ผ่านมา หรือมีเคลมแต่ไม่ได้เป็นฝ่ายผิด ท่านจะได้รับส่วนลดประวัติดี แบบกลุ่ม ดังนี้
         ประกันรถยนต์ 3- 9 คัน ส่วนลด 30 %
         ประกันรถยนต์ 10- 19 คัน ส่วนลด 35 %
         ประกันรถยนต์ 20 คัน ส่วนลด 40 %
ส่วนลดกลุ่มที่ได้ ไม่จำเป็นต้องมากกว่าส่วนลดเดี่ยวเสมอไป เพราะส่วนลดมีหลายปัจจัยขึ้นอยู่กับ ยี่ห้อรถยนต์ เงื่อนไขที่กำหนดแต่ละบริษัท โปรโมชั่น ประวัติการเคลม อื่นๆ ทำให้การแยกทำเดี่ยว ไม่นำรถยนต์เข้าระบบกลุ่ม สามารถลดเบี้ยได้มากกว่า

6. สมัครตัวแทนเพื่อใช้เอง วิธีการนี้จะทำให้คุณซื้อประกันภัยได้ในราคาประหยัด การสมัครตัวแทน เพื่อซื้อในราคาทุน การสมัครตัวแทนมีอยู่หลายบริษัท เงื่อนไขและรายละเอียดแตกต่างกัน ดังนั้นการสมัครตัวแทนก็ต้องพิจารณาเงื่อนไขต่างๆ ด้วย

ลองพิจารณากันดูว่าวิธีไหนเหมาะสมกับท่านบ้าง ก็จะเป็นวิธีประหยัดเบี้ยประกันภัยรถยนต์ เทคนิคง่ายๆ ที่คุณสามารถนำไปใช้ในการซื้อประกันรถยนต์ครั้งถัดไป
source: iAMCAR e-MAGAZINE, kapook.com